Mastering คืออะไร ต่างจากการมิกซ์อย่างไร
การมิกซ์คือการปรับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นและเสียงร้องให้เข้ากัน แล้วรวมเป็นไฟล์เดียว Mastering คือขั้นถัดมาและเป็นขั้นสุดท้าย ทำกับไฟล์ที่รวมแล้ว เพื่อให้เพลงดังใกล้เคียงเพลงอื่น ไม่แตกตรงจุดที่ดังที่สุด และเป็นไฟล์ที่ตรงสเปกสำหรับปล่อย
Mastering ทำอะไรบ้าง
งานหลักมี 4 อย่าง ตามรายการด้านล่าง MOYS ทำทั้ง 4 อย่างให้อัตโนมัติ
- ตั้งความดังรวมของเพลง: MOYS ตั้งไว้ที่ -14 LUFS
- คุมยอดเสียงไม่ให้แตก: true peak ไม่เกิน -2 dBTP
- ปรับโทนรวมเล็กน้อย: ลดเสียงแหลมและเสียงซ่าเฉพาะตอนที่เกิน และรวมเบสต่ำกว่า 120Hz ไว้ตรงกลาง
- ทำไฟล์ให้ตรงรูปแบบที่ distributor (บริษัทที่ส่งเพลงขึ้น streaming) รับ: WAV 44.1kHz ทั้ง 24-bit และ 16-bit
Mastering แก้อะไรไม่ได้
Mastering ได้รับไฟล์ที่รวมทุกเสียงแล้ว จึงแก้เครื่องดนตรีทีละชิ้นไม่ได้ ถ้าเสียงร้องจม เบสบวม หรือกลองเบาไป ต้องกลับไปแก้ในมิกซ์
เสียงที่แตกมาตั้งแต่ในไฟล์แก้คืนไม่ได้ และไฟล์ที่เคยเป็น MP3 แล้ว คุณภาพจะไม่กลับมา
ลองถามตัวเองว่า ถ้าเพลงนี้แค่ดังขึ้นอย่างเดียว กล้าปล่อยไหม ถ้ายังไม่กล้า แปลว่ามิกซ์ยังไม่เสร็จ
เตรียมไฟล์มิกซ์ก่อนทำ master
- ปิด limiter หรือ maximizer ตัวสุดท้ายที่ใส่ไว้ให้ดังก่อน export ส่วน EQ และ compressor ที่เป็นส่วนหนึ่งของเสียงเพลงเก็บไว้ได้
- อย่าให้เสียงแตก ถ้าแตก ให้ลดระดับ master ในโปรแกรมแล้ว export ใหม่
- export เป็น WAV ถ้าทำได้ ไม่ใช้ MP3
- เก็บไฟล์มิกซ์ต้นฉบับไว้เสมอ
ทำเอง จ้างช่าง หรือใช้ระบบอัตโนมัติ
ทำเองได้ถ้ามีปลั๊กอินและฝึกฟัง จ้างช่าง mastering ได้คนที่ฟังเพลงของคุณและปรับตามที่ขอ ระบบอัตโนมัติอย่าง MOYS เร็วและไม่ต้องรู้ศัพท์ช่างเสียง แต่เลือกได้ตามสไตล์ที่มีให้ ไม่ได้ฟังแล้วคุยกับคุณแบบช่าง
ถ้าอยากปรับเองโดยไม่ต้องซื้อปลั๊กอิน Studio ของ MOYS ใช้ฟรีในเบราว์เซอร์